ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย
THE ROYAL COLLEGE OF DENTAL SURGEONS OF THAILAND
HOME
::
ความเป็นมาของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย
โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์ ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช
ประธานคณะผู้บริหารราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยวาระที่ 1 และ 2
ประเทศไทยได้เริ่มจัดการศึกษาทางทันตแพทย์ โดยมีการจัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2485 เป็นต้นมา โดยในระยะแรกยังไม่มีการศึกษาต่อหรือฝึกอบรมหลังปริญญา ทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต ต่อมาเมื่ออาจารย์และทันตแพทย์ไทยจำนวนหนึ่งได้กลับจากการศึกษาต่อในต่างประเทศ ทั้งจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย
และเยอรมันนี เป็นต้น คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ในขณะนั้น ต่อมาได้เปลี่ยนสังกัดเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) จึงได้ริเริ่มการเรียนการสอนหลังปริญญา ในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต และขยายในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ในระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีการดำเนินงานในคณะทันตแพทยศาสตร์ ทั้ง 8 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร
ในปี พ.ศ. 2537 ได้มีพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม และเป็นที่มาของทันตแพทยสภาซึ่งมีองค์ประกอบของคณะกรรมการทันตแพทยสภา ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขนายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทยและกรรมการจากการเลือกตั้งของสมาชิกทันตแพทย์สภาจำนวนหนึ่ง ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้ประชาชนคนไทยได้รับการตรวจรักษาทาง ทันตกรรมจากทันตแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม
รวมทั้งทันตแพทย์ในระดับผู้ชำนาญเฉพาะทางสาขาต่างๆ ด้วย ดังนั้นคณะกรรมการทันตแพทยสภาในวาระที่ 1 ซึ่งมีศาสตราจารย์พิเศษพลโท พิศาล เทพสิทธาเป็นนายกทันตแพทยสภา จึงได้ให้ความเห็นชอบข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยการออกหนังสือวุฒิบัตรและอนุมัติบัตรผู้มีความรู้ความชำนาญการในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2539โดยกำหนดให้มี 10 สาขา ได้แก่ ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล ทันตกรรมจัดฟัน ทันตกรรมประดิษฐ์ ทันตกรรมสำหรับเด็ก ปริทันตวิทยา วิทยาเอ็นโดดอนต์ ทันตกรรมหัตถการ วิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก ทันตสาธารณสุข และ
ทันตกรรมทั่วไป
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2545 คณะกรรมการทันตแพทยสภา วาระที่ 3 ซึ่งมีทันตแพทย์ปิยะพงศ์ วัฒนวีร์ เป็นนายกทันตแพทยสภา ได้ให้ความเห็นชอบข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการศึกษา วิจัย และการประกอบวิชาชีพการทันตแพทย์ ให้ได้มาตรฐานทางวิชาการ โดยเฉพาะในส่วนของวุฒิบัตร/อนุมัติบัตรการเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญการในการประกอบวิชาชีพ ทันตกรรม ภายใต้คณะผู้บริหารวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย ประธาน รองประธานซึ่งได้จากการเลือกตั้งของสมาชิก ผู้ที่ประธานแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ นายทะเบียนและเหรัญญิก ผู้แทนจากสถาบันหลักที่ให้การฝึกอบรมวุฒิบัตร และผู้แทนจากคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ 10 สาขาดังกล่าวข้างต้น
ทั้งนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะผู้บริหารวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยชุดแรกในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งมี
ศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์ ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช เป็นประธาน
ทันตแพทย์ไทยได้ซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับงานทันตกรรม ซึ่งพระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญกับงานทันตกรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 โดยได้มีพระราชดำรัสกับทันตแพทย์ประจำพระองค์ ศาสตราจารย์ พันโท สี สิริสิงห ว่า“การที่จะให้ราษฎรผู้ทุกข์ยาก ด้อยโอกาสและอยู่ห่างไกลความเจริญ เมื่อมีปัญหาเรื่องฟันต้องทิ้งท้องไร่ท้องนา เดินทางเข้ามาในเมือง เมื่อมีปัญหาโรคฟันนั้น ยากที่จะเป็นไปได้ ทันตแพทย์น่าจะได้ออกไปดูแลราษฎรเหล่านั้นเป็นครั้งคราว เพราะโรคฟันเป็นโรคของทุกคน” ด้วยพระราชดำรัสในครั้งนั้นจึงทำให้เกิดทันตกรรมเพื่อชุมชม หรือรถทำฟันเคลื่อนที่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยโดยพระองค์ได้พระราชทานนามโครงการนี้ว่า “ทันตกรรมพระราชทาน” โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ทั้งนี้มีคณาจารย์และศิษย์เก่าคณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สมัครเป็นทันตแพทย์อาสาสมัครรุ่นแรก ออกให้บริการทันตกรรมแก่ประชาชนที่ยากจน ด้อยโอกาส และอยู่ห่างไกลความเจริญตลอดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 จนถึงปัจจุบัน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ให้คณะทันตแพทย์ศาสตร์ทุกคณะ เพื่อให้บริการราษฎรได้อย่างทั่วถึง ทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากโครงการทันตกรรมเคลื่อนที่ ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ทุกคณะรับเป็นผู้ดำเนินการแล้ว ยังมีโครงการทันตกรรมอื่น ๆ เช่น โครงการทันตกรรมตามเสด็จ โครงการทันตกรรมทางเรือ (เวชพาห์) และโครงการ
ทันตกรรมหน้าวัง เป็นต้น
สมาชิกของทันตแพทยสภาและสมาชิกของวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยจำนวนมาก ได้สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการส่งเสริมทันตสุขภาพของประชาชน ด้วยการเป็นอาสาสมัครประจำหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอสว.ในการให้บริการทันตกรรมและการส่งเสริมทันตสุขศึกษา แก่ประชาชนผู้ยากไร้ด้อยโอกาสในท้องถิ่นทุรกันดารตลอดมา นอกจากนี้ เมื่อประเทศไทยประสบมหันตภัย “คลื่นสึนามิ” ใน 6 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ทันตแพทย์อาสาสมัครเป็นกำลังสำคัญร่วมกับอาจารย์อาสาสมัครและอาสาสมัครทั่วไป ดำเนินการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลโดยเฉพาะทางด้านทันตกรรมจนได้รับการยกย่องจากสังคม นับเป็นความภาคภูมิใจของวิชาชีพทันตแพทย์
ในปี พ.ศ. 2548 คณะผู้บริหารวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้มีมติให้ความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานให้วิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อสถาปนาเป็น
“ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย” ซึ่งสำนักงานราชเลขาธิการได้นำความกราบบังคลทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมกับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อพิจารณาในหลายประเด็น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบ เมื่อทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยไว้ใน
พระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า “ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย” และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ พระมหามงกุฎประกอบอยุ่เหนือเครื่องหมายของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไ ทยได้ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น แก่เหล่าสมาชิก และเป็นสิริมงคลยิ่งแก่ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย
ในโอกาสเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใน พ.ศ. 2549 นี้ ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของราษฎร ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียน และหาทางขจัดปัดเป่าอุปสรรคปัญหาของราษฎรด้วยความรอบรู้ทุกด้าน ทรงมีพระราชดำริอันกว้างไกลโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงทรงให้ความสำคัญกับงานทันตกรรม
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อวิชาชีพทันตแพทย์และประชาชน คณะผู้บริหารราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ในการประชุมครั้งที่ 4/2549 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินการเสนอขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ทูลเกล้าฯถวายสมาชิกกิตติมศักดิ์ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย เป็นพระองค์แรกของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อถวายความจงรักภักดี และเป็นเกียรติเป็นศรีแก่ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย และวงการทันตแพทย์ไทยสืบไปคณะผู้บริหารราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้กำหนดการประกอบพิธีประกาศเกียรติคุณ ในการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตทูลเกล้าฯถวายสมาชิกกิติมศักดิ์ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นปฐมฤกษ์ รวมทั้งการมอบครุยและเครื่องหมายวิทยาฐานะแก่สมาชิกสามัญของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ในวันที่ 1 กันยายน 2549 ณ โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพมหานครฯเพื่อเป็นแรงดลใจให้สมาชิกราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างเสริมความเจริญก้าวหน้าทางวิชาชีพแพทย์ไทยสืบไป การสร้างเกียรติภูมิของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยให้เกรียงไกร และการพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ การสมานสามัคคีในเหล่าสมาชิก การบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมด้วยความรู้ความชำนาญทางด้านทันตกรรม เป็นพันธกิจของเหล่าสมาชิกต่อไป ตราบนานเท่านาน
(คัดจากหนังสือการประชุมวิชาการ ประชุมสามัญประจำปี พิธีรับเข็มวิทยฐานะราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย 1 กันยายน 2549)